คำอธิบาย
เครื่องป้อนชิ้นงานแบบสั่นสะเทือน W600 × H400
พร้อมรางป้อนตรง 140 มม. และฐานตั้งพื้น
เครื่องป้อนชิ้นงานแบบชามสั่น W600 × H400
หรือ Vibratory Bowl Feeder
เป็นเครื่องสำหรับป้อน จัดเรียง และควบคุมทิศทางของชิ้นงานโดยอัตโนมัติ
ตัวเครื่องมาพร้อมรางป้อนตรงขนาด 140 มม. และฐานตั้งพื้น
เหมาะสำหรับใช้งานร่วมกับเครื่องประกอบ เครื่องตรวจสอบ เครื่องบรรจุ
แขนกล สายพานลำเลียง และระบบ Automation ภายในโรงงานอุตสาหกรรม
เครื่องทำงานด้วยระบบแรงสั่นสะเทือน
เพื่อทำให้ชิ้นงานที่อยู่ภายในชามค่อย ๆ เคลื่อนที่ขึ้นไปตามราง
พร้อมจัดเรียงชิ้นงานให้อยู่ในทิศทางที่กำหนด
ก่อนส่งเข้าสู่รางป้อนตรงและลำเลียงต่อไปยังเครื่องจักรในขั้นตอนถัดไป
ระบบนี้ช่วยลดการหยิบและจัดเรียงชิ้นงานด้วยแรงงานคน
ลดปัญหาชิ้นงานซ้อนกัน ลดการติดขัด
และช่วยให้การป้อนชิ้นงานเข้าสู่สายการผลิตมีความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
รายละเอียดการทำงานของเครื่อง
เครื่องป้อนชิ้นงานแบบชามสั่นรุ่นนี้
ออกแบบมาเพื่อป้อน จัดเรียง และลำเลียงชิ้นงานขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง
โดยใช้แรงสั่นสะเทือนในการทำให้ชิ้นงานเคลื่อนที่ไปตามรางที่ติดตั้งอยู่ภายในชาม
รูปแบบของรางภายในชามจะได้รับการออกแบบให้เหมาะกับลักษณะของชิ้นงานแต่ละประเภท
เพื่อคัดแยกชิ้นงานที่วางผิดทิศทาง
และปล่อยเฉพาะชิ้นงานที่อยู่ในตำแหน่งหรือทิศทางที่ถูกต้อง
ออกไปยังรางป้อนตรง
เมื่อชิ้นงานถูกจัดเรียงเรียบร้อยแล้ว
ชิ้นงานจะถูกส่งเข้าสู่รางป้อนตรงขนาด 140 มม.
เพื่อควบคุมแนว ระยะห่าง และตำแหน่งของชิ้นงาน
ก่อนส่งต่อเข้าสู่เครื่องจักรในขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนการทำงาน
- เติมชิ้นงานลงในชามป้อน
ผู้ใช้งานเติมชิ้นงานจำนวนมากลงในชาม
โดยไม่จำเป็นต้องจัดเรียงชิ้นงานด้วยมือทีละชิ้น - ระบบสั่นสะเทือนเริ่มทำงาน
ชุดขับสั่นจะสร้างแรงสั่น
ทำให้ชิ้นงานค่อย ๆ เคลื่อนที่ขึ้นไปตามรางภายในชาม - จัดเรียงทิศทางของชิ้นงาน
รางภายในชามจะช่วยคัดแยกชิ้นงานที่วางผิดตำแหน่ง
และจัดให้ชิ้นงานอยู่ในทิศทางเดียวกัน - ส่งเข้าสู่รางป้อนตรง
ชิ้นงานที่จัดเรียงแล้วจะถูกส่งเข้าสู่ Straight Feed Rail
เพื่อรักษาแนวและควบคุมตำแหน่งของชิ้นงาน - ส่งต่อไปยังเครื่องจักร
ชิ้นงานสามารถส่งต่อไปยังเครื่องประกอบ
เครื่องขันสกรู เครื่องตรวจสอบ เครื่องบรรจุ
แขนกล หรือสายการผลิตอัตโนมัติ
ส่วนประกอบหลักของเครื่อง
1. ชามป้อนชิ้นงาน
ชามป้อนชิ้นงานใช้สำหรับบรรจุชิ้นงานจำนวนมาก
และลำเลียงชิ้นงานไปตามรางภายในชาม
ขนาดที่ระบุของเครื่องคือ W600 × H400 มม.
2. ชุดสร้างแรงสั่นสะเทือน
ชุดสร้างแรงสั่นสะเทือนทำหน้าที่สร้างแรงสั่นให้กับชาม
เพื่อทำให้ชิ้นงานเคลื่อนที่ไปตามราง
สามารถปรับระดับแรงสั่นให้เหมาะกับขนาด น้ำหนัก
รูปร่าง และวัสดุของชิ้นงานได้
3. รางจัดเรียงชิ้นงานภายในชาม
รางภายในชามทำหน้าที่จัดทิศทางและคัดแยกชิ้นงาน
โดยจะออกแบบตามรูปร่างของชิ้นงานจริง
เพื่อให้ชิ้นงานออกจากชามในตำแหน่งและทิศทางเดียวกัน
4. รางป้อนตรง Straight Feed Rail
รางป้อนตรงขนาด 140 มม.
ใช้รับชิ้นงานที่ถูกจัดเรียงแล้วจากชามป้อน
และส่งต่อไปยังตำแหน่งรับชิ้นงานของเครื่องจักรถัดไป
รางป้อนตรงช่วยให้ชิ้นงานเดินทางได้ตรง
ลดการเบี้ยวหรือเอียง
และช่วยรักษาระยะห่างระหว่างชิ้นงานให้เหมาะกับกระบวนการผลิต
5. ฐานตั้งพื้น Bottom Stand
ฐานตั้งพื้นใช้สำหรับรองรับน้ำหนักของเครื่อง
เพิ่มความมั่นคง ลดการเคลื่อนตัวระหว่างการทำงาน
และช่วยปรับระดับความสูงของเครื่อง
ให้เหมาะกับเครื่องจักรหรือสายการผลิตที่จะนำไปเชื่อมต่อ
ข้อมูลทางเทคนิคโดยสรุป
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อสินค้า | เครื่องป้อนชิ้นงานแบบชามสั่น W600 × H400 |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Vibratory Bowl Feeder |
| ประเภทเครื่อง | เครื่องป้อนและจัดเรียงชิ้นงานอัตโนมัติแบบชามสั่น |
| ขนาดที่ระบุ | W600 × H400 มม. |
| ระบบการทำงาน | ระบบแรงสั่นสะเทือนสำหรับลำเลียงและจัดเรียงชิ้นงาน |
| รางป้อนตรง | Straight Feed Rail ขนาด 140 มม. |
| ระบบนำทาง | รางจัดเรียงและรางนำทางที่ออกแบบตามชิ้นงาน |
| ฐานเครื่อง | ฐานตั้งพื้น Bottom Stand |
| การปรับตั้ง | สามารถปรับแรงสั่นและปรับระดับให้เหมาะกับชิ้นงานได้ |
| ชิ้นงานที่รองรับ | สกรู น็อต แหวนรอง พิน ชิ้นส่วนโลหะ และชิ้นส่วนพลาสติก |
| การนำไปใช้งาน | งานป้อน งานจัดเรียง งานประกอบ งานตรวจสอบ และระบบ Automation |

Vibratory Bowl Feeder
จุดเด่นของเครื่องป้อนชิ้นงานแบบสั่นสะเทือน
- ช่วยป้อนและจัดเรียงชิ้นงานได้อย่างต่อเนื่อง
- ลดการใช้แรงงานคนในการหยิบและเรียงชิ้นงาน
- ช่วยลดปัญหาชิ้นงานซ้อน ติดขัด หรือวางผิดทิศทาง
- สามารถออกแบบรางให้เหมาะกับรูปร่างของชิ้นงานจริงได้
- สามารถปรับแรงสั่นให้เหมาะกับชิ้นงานแต่ละประเภทได้
- ช่วยควบคุมทิศทางและตำแหน่งของชิ้นงานก่อนเข้าสู่เครื่องจักร
- รองรับการเชื่อมต่อกับเซนเซอร์ กระบอกลม แขนกล และ PLC
- สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องจักรและสายการผลิตอัตโนมัติได้
- ฐานตั้งพื้นช่วยเพิ่มความมั่นคงระหว่างการทำงาน
- เหมาะสำหรับใช้งานต่อเนื่องภายในโรงงานอุตสาหกรรม
ตัวอย่างชิ้นงานที่รองรับ
- สกรู
- น็อต
- แหวนรอง
- พินและหมุด
- ชิ้นส่วนโลหะขนาดเล็ก
- ชิ้นส่วนพลาสติก
- ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
- ชิ้นส่วนสำหรับงานประกอบอัตโนมัติ
ชนิดของชิ้นงานที่รองรับขึ้นอยู่กับรูปร่าง ขนาด น้ำหนัก
วัสดุ และรูปแบบของรางที่ออกแบบไว้ภายในชาม
ตัวอย่างการนำไปใช้งาน
- เครื่องประกอบชิ้นส่วนอัตโนมัติ
- เครื่องขันสกรูอัตโนมัติ
- เครื่องบรรจุสินค้า
- เครื่องคัดแยกชิ้นงาน
- เครื่องตรวจสอบด้วยกล้อง Vision
- ระบบหยิบและวาง Pick and Place
- แขนกลอุตสาหกรรม
- สายพานลำเลียง
- ระบบตรวจสอบคุณภาพ
- ระบบ Automation ภายในโรงงาน
ประโยชน์ในการใช้งาน
เครื่องป้อนชิ้นงานแบบชามสั่น W600 × H400
ถูกออกแบบมาสำหรับการป้อนและจัดเรียงชิ้นงานอย่างต่อเนื่อง
ช่วยให้ชิ้นงานเคลื่อนที่อย่างเป็นระเบียบ
ลดการติดขัด และเพิ่มความเสถียรในการทำงาน
ระบบรางป้อนตรงขนาด 140 มม.
ช่วยรับชิ้นงานที่ถูกจัดเรียงจากชาม
และลำเลียงชิ้นงานไปยังตำแหน่งรับของเครื่องจักรถัดไป
ทำให้สามารถควบคุมตำแหน่งและระยะห่างของชิ้นงานได้ง่ายขึ้น
ตัวเครื่องมาพร้อมฐานตั้งพื้นแข็งแรง
ช่วยรองรับน้ำหนัก ลดการเคลื่อนตัว
และสามารถปรับระดับให้เหมาะกับความสูงของเครื่องจักร
หรือสายการผลิตที่นำไปเชื่อมต่อ
การใช้เครื่องป้อนชิ้นงานแบบชามสั่น
ช่วยลดการใช้แรงงานคน เพิ่มความเร็วในการผลิต
ลดความผิดพลาดจากการหยิบหรือวางชิ้นงาน
และเพิ่มความต่อเนื่องให้กับระบบ Automation
ข้อควรทราบก่อนสั่งซื้อ
เครื่องป้อนชิ้นงานแบบชามสั่น
จำเป็นต้องออกแบบรางให้ตรงกับรูปร่างและลักษณะของชิ้นงานแต่ละชนิด
ลูกค้าควรแจ้งรายละเอียดของชิ้นงานก่อนสั่งผลิต
- ขนาดของชิ้นงาน
- น้ำหนักของชิ้นงาน
- วัสดุของชิ้นงาน
- รูปร่างและพื้นผิวของชิ้นงาน
- ทิศทางที่ต้องการให้ชิ้นงานออกจากราง
- จำนวนชิ้นงานที่ต้องการป้อนต่อนาที
- ระยะห่างที่ต้องการระหว่างชิ้นงาน
- ความสูงของเครื่องจักรที่จะนำไปเชื่อมต่อ
- รูปแบบสัญญาณควบคุมหรือเซนเซอร์ที่ต้องการ
แนะนำให้ลูกค้าส่งตัวอย่างชิ้นงานจริงสำหรับทดสอบ
เพื่อให้สามารถออกแบบรางและตั้งค่าการทำงาน
ได้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด
วิดีโอการทำงานของเครื่อง
เครื่องป้อนชิ้นงานแบบชามสั่น W600 × H400
เหมาะสำหรับโรงงานที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้อน
จัดเรียง และลำเลียงชิ้นงาน
ลดการใช้แรงงานคน และต้องการระบบที่สามารถออกแบบหรือปรับแต่ง
ให้เหมาะกับลักษณะของชิ้นงานและกระบวนการผลิตจริง











