คู่มือการเปิด ตรวจสอบ และใช้งาน CNC Fiber Laser Cutting Machine

คู่มือนี้ใช้สำหรับตรวจสอบเครื่องก่อนเริ่มงานตัด
ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ Laser Power Source
ระบบลม / แก๊ส หัวตัด จนถึงขั้นตอนปิดเครื่อง


ลำดับหลัก:
STABILIZER
→ ตรวจ Voltage
→ CHILLER
→ ตรวจระบบน้ำ
→ ตรวจ LASER POWER SOURCE
→ ตรวจระบบลม / แก๊ส
→ ตรวจหัวตัด
→ เตรียมงาน
→ Test Cut
→ เริ่มตัด

⚠ หากพบ Alarm, น้ำไม่ไหล, น้ำรั่ว, แก๊สรั่ว
หรือระบบใดทำงานผิดปกติ ห้ามเริ่มยิง Laser

1. เปิด STABILIZER

Stabilizer ทำหน้าที่จ่ายและควบคุมแรงดันไฟเข้าสู่ระบบเครื่อง
Fiber Laser

ด้านหน้า Stabilizer

ด้านหน้า Stabilizer

ด้านหลัง Stabilizer

ด้านหลัง Stabilizer

ตรวจสอบก่อนเปิด

  • สายไฟ Input / Output ต่อถูกตำแหน่ง
  • ขั้วสายไฟขันแน่น
  • สาย Ground ต่อเรียบร้อย
  • ไม่มีสายไฟชำรุด รอยไหม้ หรือขั้วต่อหลวม

✓ ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว → เปิด Stabilizer

2. ตรวจสอบแรงดันไฟ

หลังเปิด Stabilizer ให้ตรวจสอบแรงดันไฟที่มิเตอร์ด้านหน้า
ก่อนเริ่มใช้งานเครื่อง

มิเตอร์ Stabilizer มิเตอร์แรงดันไฟ Stabilizer

ค่าแรงดันไฟ

แรงดันมาตรฐาน: 380 V AC (3 Phase)

แรงดันไฟไม่จำเป็นต้องมากกว่า 380 V ตลอดเวลา
เพราะ 380 V เป็นค่าแรงดันมาตรฐานของระบบ
ค่าจริงสามารถสูงหรือต่ำกว่าเล็กน้อยได้
แต่ต้องอยู่ภายในช่วงที่อุปกรณ์ของเครื่องกำหนด

ตรวจสอบก่อนใช้งาน

  • ตรวจสอบแรงดันไฟจากมิเตอร์ Stabilizer
  • แรงดันทั้ง 3 Phase ต้องทำงานปกติ
  • ค่าแรงดันไม่แกว่งผิดปกติ
  • Stabilizer ไม่มี Alarm
  • ไม่มีเสียง กลิ่น หรือความร้อนผิดปกติ

⚠ หากแรงดันต่ำหรือสูงเกินช่วงที่เครื่องกำหนด
ห้ามเริ่มตัดงาน ให้ตรวจสอบระบบไฟและ Stabilizer ก่อน

หมายเหตุ:

380 V เป็นค่าแรงดันมาตรฐาน
ไม่ได้หมายความว่าแรงดันต้องมากกว่า 380 V จึงจะใช้งานได้

3. เปิด CHILLER

Chiller ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิและหมุนเวียนน้ำหล่อเย็น
ให้กับ Laser Source และ Cutting Head
ดังนั้นต้องตรวจสอบระบบน้ำให้พร้อมก่อนเปิดใช้งาน Laser

Chiller สำหรับ Fiber Laser

ก่อนเปิด Chiller ให้ตรวจสอบ

  • ระดับน้ำหล่อเย็นอยู่ในช่วงปกติของเกจ
  • ตรวจสอบพอร์ต INLET (H) / OUTLET (H) / INLET (L) / OUTLET (L) ให้ต่อถูกต้องตามป้ายบนเครื่อง
  • สายน้ำไม่พับ หัก งอ หรือถูกกดทับ
  • ข้อต่อทุกจุดแน่น และไม่มีน้ำรั่วหรือน้ำซึม
  • มีน้ำหล่อเย็นในระบบเพียงพอ ห้ามเดินปั๊มโดยไม่มีน้ำ
  • หากเพิ่งเติมน้ำหรือถอดสาย ให้ตรวจสอบว่าไม่มีอากาศค้างในระบบผิดปกติ

วิธีเปิด Chiller

  1. ตรวจสอบรายการด้านบนให้เรียบร้อย
  2. หมุน POWER SWITCH ไปที่ตำแหน่ง ON
  3. รอให้ระบบเริ่มหมุนเวียนน้ำและตรวจสอบสถานะที่หน้าจอ
  4. ยังไม่เริ่มยิง Laser จนกว่าจะยืนยันว่า Chiller ทำงานปกติและไม่มี Alarm

หลังเปิด Chiller ให้ตรวจสอบ

  • ระดับน้ำยังอยู่ในช่วงปกติ
  • น้ำมีการหมุนเวียนตามปกติ
  • ไม่มีเสียงปั๊มหรือเสียงสั่นผิดปกติ
  • ไม่มีน้ำรั่วตามสาย ข้อต่อ หรือภายในเครื่อง
  • หน้าจอ Temperature Controller แสดงผลตามปกติ
  • ไม่มี Alarm / Error Code
  • อุณหภูมิและสถานะของ Chiller เป็นปกติ
หมายเหตุ:
Chiller รุ่นที่มีระบบสองวงจรอุณหภูมิจะมีพอร์ต
H และ L
ให้ยึดชื่อพอร์ตและการต่อสายของเครื่องจริงเป็นหลัก
ไม่ควรสลับสายหรือกำหนดเองว่าแต่ละพอร์ตไปอุปกรณ์ใด
หากยังไม่ได้ยืนยันจากการเดินสายหรือคู่มือของเครื่อง

⚠ หาก Chiller มี Alarm, น้ำไม่หมุนเวียน, ระดับน้ำต่ำ,
มีน้ำรั่ว หรืออุณหภูมิผิดปกติ
ห้ามเริ่มใช้งาน Laser
จนกว่าจะตรวจสอบและแก้ไขสาเหตุเรียบร้อย

4. ตรวจสอบระบบน้ำ

ตรวจสอบการต่อระบบน้ำระหว่าง
Chiller → Laser Power Source → เครื่อง Fiber Laser

แผนภาพการต่อระบบน้ำ Chiller Laser Power Source และเครื่อง Fiber Laser

อุปกรณ์ จุดที่ต้องตรวจสอบ
CHILLER INLET / OUTLET
LASER POWER SOURCE WATER IN / WATER OUT
เครื่อง Fiber Laser ระบบน้ำ / Water Protection

ตรวจสอบ

  • ชื่อ INLET / OUTLET จากอุปกรณ์จริง
  • WATER IN / WATER OUT ต่อถูกตำแหน่ง
  • ข้อต่อน้ำทุกจุดแน่น
  • ไม่มีน้ำรั่ว
  • สายน้ำไม่พับ งอ หรือถูกกดทับ
  • น้ำหมุนเวียนได้ตามปกติ

⚠ ห้ามต่อ WATER IN / WATER OUT
โดยดูจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว
ให้ยึดชื่อพอร์ตบนอุปกรณ์จริงเป็นหลัก

5. ตรวจสอบ LASER POWER SOURCE

Laser Power Source ของเครื่องเปิดอยู่แล้ว
ขั้นตอนนี้ไม่ต้องเปิด Laser Power Source เพิ่ม

ให้ตรวจสอบเพียงว่า Laser Power Source
ได้รับไฟและอยู่ในสถานะทำงานปกติ

ตรวจสอบ

  • ไฟแสดงสถานะติดตามปกติ
  • ไม่มีไฟ Alarm
  • ไม่มี Error ที่หน้าจอควบคุม
  • Chiller ยังคงทำงานปกติ
  • ระบบ Water Protection ไม่มี Alarm

✓ ไฟสถานะปกติ + ไม่มี Alarm → ไปขั้นตอนถัดไป

⚠ หากมี Alarm
ให้ตรวจสอบ Alarm Code และสาเหตุก่อนเริ่มตัด
ไม่ควร Reset ซ้ำ ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ

6. ตรวจสอบระบบลม / Assist Gas

Assist Gas ช่วยเป่าวัสดุที่หลอมเหลวออกจากร่องตัด
และมีผลโดยตรงต่อความเร็ว คุณภาพขอบ และการเกิดออกไซด์

จุดต่อ O2 N2 F3000 และระบบน้ำด้านหลังเครื่อง Fiber Laser

จุดต่อ หน้าที่
O₂ Oxygen Assist Gas
N₂ Nitrogen Assist Gas
F3000 ชุดกรอง / ควบคุมระบบลม
WATER PROTECTION ตรวจสอบระบบน้ำ

O₂ — Oxygen

แรงดันขาเข้าห้ามเกิน 8 Bar

  • ตรวจ Pressure Gauge ก่อนใช้งาน
  • ตรวจ Regulator
  • ตรวจสาย O₂
  • ตรวจการรั่วของแก๊ส
  • ตรวจว่าต่อเข้าพอร์ต O₂ ถูกต้อง

⚠ อุปกรณ์และข้อต่อ Oxygen
ต้องสะอาดและห้ามมีน้ำมันหรือจาระบีปนเปื้อน

N₂ — Nitrogen

N₂ เป็นระบบแรงดันสูง
และไม่ได้ใช้ข้อจำกัด 8 Bar แบบ O₂

  • ตรวจ Pressure Gauge
  • ตรวจ Regulator
  • ตรวจสาย N₂
  • ตรวจการรั่ว
  • ตั้งแรงดันตาม Cutting Parameter ของงาน
หมายเหตุ:
N₂ สามารถใช้แรงดันสูงกว่า O₂ ได้
แต่แรงดันใช้งานต้องอยู่ภายในขีดจำกัดของ
Regulator, Valve, สาย, Cutting Head
และระบบ N₂ ของเครื่อง

Air — ลมอัด

  • ลมต้องสะอาด
  • ต้องแห้ง
  • ไม่มีน้ำปน
  • ไม่มีน้ำมันปน
  • ตรวจ Filter และระบบระบายน้ำก่อนใช้งาน

7. เลือก Assist Gas ตามวัสดุ

วัสดุ Gas หลัก ทางเลือก
Carbon Steel O₂ Air / N₂ ตามงาน
Stainless Steel N₂ Air
Aluminum N₂ Air
Brass N₂ ใช้ Parameter ที่ผ่านการทดสอบ

การเลือก Gas ต้องดูร่วมกับ

Material + Thickness + Laser Power + Nozzle +
Pressure + Focus + Speed

8. เลือก Nozzle

Nozzle มีผลต่อรูปแบบการไหลของ Assist Gas
และคุณภาพของร่องตัด ควรเลือกประเภทและขนาดรูให้เหมาะกับวัสดุ
แก๊ส และค่าการตัด

Nozzle M11 D1.0 Double Layer


Nozzle D1.0 — Double Layer

ใช้กับ O₂ เป็นหลัก
นิยมใช้สำหรับตัด Carbon Steel

Nozzle M11 S1.0 Single Layer


Nozzle S1.0 — Single Layer

ใช้กับ N₂ / Air เป็นหลัก
นิยมใช้สำหรับ Stainless Steel, Aluminum และ Brass

ประเภท Nozzle Assist Gas เหมาะกับ
D — Double Layer O₂ นิยมใช้กับ Carbon Steel
S — Single Layer N₂ / Air Stainless Steel, Aluminum, Brass
และงานตัดด้วย Air

หมายเหตุ:
ตัวเลข เช่น 1.0, 1.2, 1.5, 2.0
หมายถึงขนาดรู Nozzle
การเลือกขนาดต้องดูร่วมกับ
Material + Thickness + Assist Gas + Pressure + Cutting Parameter

⚠ S / D ไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำหนดคุณภาพการตัด
ต้องเลือก Diameter ของ Nozzle ให้เหมาะกับ
Material, Thickness, Gas Pressure และ Parameter ด้วย

9. ตรวจสอบ Cutting Head

Nozzle

  • ไม่มี Slag เกาะปลาย Nozzle
  • รู Nozzle ไม่เสียรูป
  • Nozzle ไม่บิด
  • Nozzle ไม่ชนชิ้นงาน
  • Nozzle ขันแน่น

Nozzle Center

ตรวจสอบตำแหน่งลำแสงให้ตรงกึ่งกลางรู Nozzle ก่อนเริ่มตัดงาน

วิธีตรวจสอบ Nozzle Center ของหัวตัด Fiber Laser

  • ตรวจสอบว่า Laser Beam อยู่กึ่งกลางรู Nozzle
  • รอยยิงควรอยู่ตรงกลาง ไม่偏ไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • หาก Center ไม่ตรง ควรปรับก่อนเริ่มงาน

หมายเหตุ:
หาก Nozzle Center ไม่ตรง อาจทำให้การไหลของ Assist Gas ไม่สมดุล
และส่งผลให้คุณภาพการตัดแต่ละด้านไม่เท่ากัน

Protective Lens

ไม่จำเป็นต้องถอด Protective Lens
ออกมาตรวจทุกครั้ง

ควรตรวจเมื่อพบอาการ เช่น

  • ตัดไม่ขาดทั้งที่ Parameter ปกติ
  • มี Slag มากผิดปกติ
  • กำลังตัดลดลงผิดปกติ
  • มี Alarm เกี่ยวกับ Cutting Head

10. เตรียมเครื่องก่อนเริ่มตัด

  1. เปิดและตรวจสอบระบบทั้งหมดเรียบร้อย
  2. นำเครื่องกลับ Home / Origin ตามขั้นตอนของ Controller
  3. วางวัสดุบนโต๊ะเครื่อง
  4. เลือกไฟล์งาน
  5. ตรวจ Scale และขนาดไฟล์
  6. เลือก Material
  7. เลือก Thickness
  8. เลือก Assist Gas
  9. เลือก Nozzle
  10. ตรวจ Cutting Parameter
  11. ตรวจตำแหน่งงานบนแผ่น

11. ตรวจสอบก่อนยิง Laser

☐ Stabilizer ทำงานปกติ
☐ Voltage มากกว่า 380 V และอยู่ในช่วงใช้งานปกติ
☐ Chiller ทำงาน ไม่มี Alarm
☐ น้ำหมุนเวียนปกติ
☐ ไม่มีน้ำรั่ว
☐ Laser Power Source มีไฟสถานะปกติ
☐ Laser Power Source ไม่มี Alarm
☐ Assist Gas พร้อมใช้งาน
☐ Gas Pressure ถูกต้อง
☐ เลือก Gas ถูกต้องกับ Material
☐ เลือก Nozzle ถูกต้อง
☐ Nozzle ไม่มี Slag หรือความเสียหาย
☐ Nozzle Center ปกติ
☐ พื้นที่ตัดไม่มีเครื่องมือหรือสิ่งกีดขวาง
☐ Emergency Stop อยู่ในสถานะปกติ
☐ ไม่มี Alarm

12. Test Cut ก่อนเริ่มงานจริง

หากเป็นวัสดุ ความหนา หรือ Parameter
ที่ยังไม่เคยใช้งาน แนะนำให้ทดลองตัดชิ้นงานขนาดเล็กก่อน

ตรวจผล Test Cut

  • ตัดขาดหรือไม่
  • ขอบมี Slag หรือไม่
  • ร่องตัดกว้างผิดปกติหรือไม่
  • ขอบไหม้หรือคล้ำผิดปกติหรือไม่
  • มุมงานตัดได้สมบูรณ์หรือไม่

หากผลไม่ดี ให้ตรวจ

Speed / Power / Gas Pressure / Focus /
Nozzle / Cutting Height

ก่อนเริ่มงานจำนวนมาก

13. ปัญหาที่พบบ่อย

อาการ ตรวจสอบ
ตัดไม่ขาด Power, Speed, Gas Pressure, Focus,
Nozzle, Lens และ Cutting Height
Slag มาก Speed, Focus, Gas Pressure,
Nozzle Diameter และ Nozzle Center
ขอบดำ / สีผิดปกติ ชนิด Gas, Gas Pressure,
คุณภาพ Gas และ Parameter
Gas Pressure Alarm ถัง Gas, Valve, Regulator,
สาย Gas และการรั่ว
Chiller Alarm ระดับน้ำ, การไหลของน้ำ,
อุณหภูมิ, สายน้ำ และ Alarm Code
Laser Source Alarm Chiller, Water Protection,
Interlock และ Alarm Code
ตัดดีด้านหนึ่ง แต่ไม่ดีอีกด้าน Nozzle Center, Nozzle,
Cutting Head และ Alignment

14. Emergency Stop และ Alarm

Emergency Stop ใช้สำหรับหยุดเครื่องเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ
หรือมีความเสี่ยงต่อผู้ใช้งานและเครื่องจักร

⚠ หลังจากกด Emergency Stop
ห้ามปลด E-Stop และเริ่มเครื่องใหม่ทันที
จนกว่าจะตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้ต้องหยุดเครื่องเรียบร้อยแล้ว

หากเกิด Alarm ให้จดหรือบันทึก
Alarm Code
ก่อน Reset เพื่อช่วยในการตรวจหาสาเหตุ

15. การตรวจเช็กประจำวัน

ก่อนเริ่มงาน

  • ตรวจ Stabilizer
  • ตรวจ Voltage
  • ตรวจ Chiller
  • ตรวจระดับน้ำ
  • ตรวจการรั่ว
  • ตรวจ Gas Pressure
  • ตรวจ Nozzle
  • ตรวจพื้นที่โต๊ะตัด

หลังใช้งาน

  • ทำความสะอาดเศษวัสดุบริเวณโต๊ะตัด
  • ตรวจ Slag ที่ Nozzle
  • ตรวจการรั่วของน้ำและแก๊ส
  • ตรวจ Alarm History หากมีความผิดปกติ
  • รักษาพื้นที่รอบเครื่องให้สะอาด

16. ขั้นตอนหลังตัดงาน / ปิดเครื่อง

  1. หยุดโปรแกรมตัดให้เรียบร้อย
  2. ตรวจสอบว่า Laser หยุดยิงแล้ว
  3. นำ Cutting Head ไปยังตำแหน่งปลอดภัย
  4. ปิด Assist Gas เมื่อเลิกใช้งาน
  5. ตรวจสอบว่าหัวตัดไม่มีการชนหรือ Slag ผิดปกติ
  6. ตรวจสอบว่าไม่มี Alarm ก่อนปิดระบบ
  7. ปิดระบบตามลำดับที่กำหนดของเครื่อง

⚠ ลำดับการปิด Main Power, Laser Source,
Chiller และ Stabilizer
ให้ยึดตามระบบควบคุมและการต่อไฟของเครื่องจริง
ห้ามปิดอุปกรณ์แบบสุ่ม

สรุปลำดับก่อนเริ่มตัด

STABILIZER
↓

Voltage มากกว่า 380 V
↓

CHILLER
↓

ตรวจระบบน้ำ
↓

เช็กไฟ LASER POWER SOURCE
↓

เลือก O₂ / N₂ / Air
↓

เลือก Nozzle
↓

ตรวจ Cutting Head
↓

เลือก Material + Thickness
↓

ตรวจ Parameter
↓

Test Cut
↓

เริ่มงาน

⚠ หากมี Alarm, น้ำไม่ไหล, น้ำรั่ว,
Gas ผิดปกติ หรือไม่แน่ใจว่าระบบใดต่อถูกหรือไม่
ให้หยุดตรวจสอบก่อนเริ่มยิง Laser