PP, PE, ABS และ PVC ก่อนนำไปบดต่างกันอย่างไร?
PP, PE, ABS และ PVC เป็นพลาสติกที่พบได้บ่อยในงานผลิตและงานรีไซเคิล แต่แต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันทั้งด้านความเหนียว ความแข็ง ความยืดหยุ่น ความหนาแน่น และพฤติกรรมขณะถูกตัดหรือบด
ก่อนนำพลาสติกเข้าสู่เครื่องบด จึงควรทราบชนิดวัสดุให้ชัดเจน ตรวจสอบรูปทรง ความหนา สิ่งปนเปื้อน และกำหนดขนาดเศษที่ต้องการหลังบด ไม่ควรพิจารณาจากชื่อพลาสติกเพียงอย่างเดียว
✓ หลักสำคัญคือ ควรคัดแยก PP, PE, ABS และ PVC ก่อนบด หากต้องการนำเศษกลับไปรีไซเคิลหรือใช้เป็นวัตถุดิบอีกครั้ง
1. PP, PE, ABS และ PVC คืออะไร?
พลาสติกทั้ง 4 กลุ่มเป็นเทอร์โมพลาสติก แต่มีโครงสร้างและสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน ส่งผลให้พฤติกรรมขณะลดขนาดด้วยเครื่องบดแตกต่างกันด้วย
| วัสดุ | ชื่อเต็ม | ลักษณะโดยทั่วไป | ตัวอย่างงานที่พบได้ |
|---|---|---|---|
| PP | Polypropylene | น้ำหนักเบา เหนียว และทนการงอได้ดีในหลายเกรด | ลัง กล่อง ฝา ชิ้นส่วนฉีดพลาสติก ภาชนะ และชิ้นส่วนโรงงาน |
| PE | Polyethylene | มีความเหนียวและยืดหยุ่น ระดับความแข็งขึ้นอยู่กับเกรด เช่น HDPE และ LDPE | ถัง ขวด ท่อ ฟิล์ม ลัง และบรรจุภัณฑ์ |
| ABS | Acrylonitrile Butadiene Styrene | ค่อนข้างแข็งและรักษารูปทรงได้ดี มีความเหนียวต่อแรงกระแทก | ฝาครอบ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนขึ้นรูป และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม |
| PVC | Polyvinyl Chloride | มีทั้งแบบแข็งและแบบอ่อน ขึ้นอยู่กับสูตรและสารเติมแต่ง | ท่อ โปรไฟล์ แผ่น ฉนวนสายไฟ และผลิตภัณฑ์ขึ้นรูป |
ชื่อ PP, PE, ABS หรือ PVC เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอสำหรับกำหนดค่าการบด เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีหลายเกรด หลายความหนา และหลายรูปทรง
2. PP ก่อนนำไปบดต้องดูอะไร?
PP หรือ Polypropylene พบได้บ่อยในงานฉีดพลาสติก ภาชนะ ฝา กล่อง ลัง และชิ้นส่วนต่าง ๆ โดยทั่วไปมีน้ำหนักเบาและมีความเหนียวพอสมควร
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนบด PP
- เป็น PP เกรดใดและมาจากผลิตภัณฑ์ประเภทใด
- เป็นชิ้นบางหรือชิ้นหนา
- มีเส้นใยแก้วหรือสารเติมแต่งหรือไม่
- มีโลหะ น็อต หรือชิ้นส่วนอื่นติดอยู่หรือไม่
- เป็นชิ้นงานฉีด ก้อน Runner แผ่น หรือภาชนะ
- ต้องการเศษหลังบดละเอียดเพียงใด
PP บางชิ้นมีความเหนียวและอาจไม่แตกออกเป็นเศษแบบเปราะทันที จึงควรพิจารณาสภาพใบมีดและช่องป้อนให้เหมาะสมกับรูปทรงของวัสดุจริง
⚠ PP ที่มีสารเติมแต่งหรือเสริมใยแก้วอาจมีพฤติกรรมการบดต่างจาก PP ทั่วไป ควรตรวจสอบวัสดุจริงก่อนกำหนดกำลังผลิตของเครื่อง
3. PE ก่อนนำไปบดต้องดูอะไร?
PE หรือ Polyethylene มีหลายประเภท โดยที่พบได้บ่อยคือ HDPE และ LDPE ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพแตกต่างกันค่อนข้างมาก
HDPE
HDPE มีลักษณะค่อนข้างแข็งและเหนียว พบในถัง ขวด ท่อ ลัง หรือชิ้นส่วนขึ้นรูป การบดจึงต้องพิจารณาขนาดและความหนาของชิ้นงานร่วมด้วย
LDPE
LDPE มีความอ่อนและยืดหยุ่นมากกว่า มักพบในฟิล์มหรือวัสดุบางบางประเภท ซึ่งพฤติกรรมขณะป้อนเข้าเครื่องอาจต่างจากพลาสติกแข็งอย่างชัดเจน
| ประเภท | ลักษณะทั่วไป | สิ่งที่ต้องระวังก่อนบด |
|---|---|---|
| HDPE | แข็งกว่า คงรูป และมีความเหนียว | ตรวจขนาด ความหนา และรูปทรงชิ้นงาน |
| LDPE | อ่อน ยืดหยุ่น และบางในหลายผลิตภัณฑ์ | วัสดุอาจพันหรือป้อนเข้าเครื่องต่างจากพลาสติกแข็ง |
✓ หากระบุว่าเป็น PE ควรระบุเพิ่มเติมว่าเป็นชิ้นงานประเภทใด เช่น ท่อ ถัง ขวด ฟิล์ม หรือเศษจากการผลิต เพราะข้อมูลนี้ช่วยประเมินเครื่องได้แม่นยำขึ้น
4. ABS ก่อนนำไปบดต่างจาก PP และ PE อย่างไร?
ABS เป็นพลาสติกที่ค่อนข้างแข็งและรักษารูปทรงได้ดี นิยมใช้กับชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ฝาครอบ และชิ้นส่วนฉีดพลาสติก
เมื่อเปรียบเทียบกับ PP หรือ PE บางประเภท ชิ้นงาน ABS มักมีลักษณะคงรูปและแข็งกว่า แต่ความยากในการบดจริงยังขึ้นอยู่กับความหนา รูปทรง เกรด และโครงสร้างของชิ้นงาน
ก่อนบด ABS ควรตรวจสอบ
- ความหนาของชิ้นงาน
- ขนาดชิ้นงานก่อนป้อน
- มีชิ้นส่วนโลหะหรือ Electronics ติดอยู่หรือไม่
- มีการเสริมวัสดุหรือสารเติมแต่งหรือไม่
- มีสีหรือวัสดุชนิดอื่นประกอบร่วมอยู่หรือไม่
- ต้องการนำเศษกลับไปใช้ในกระบวนการใด
⚠ ชิ้นส่วน ABS จากผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอาจไม่ได้มีเฉพาะพลาสติก ควรถอดสกรู โลหะ ยาง โฟม หรือชิ้นส่วนอื่นออกก่อนเข้าสู่เครื่องบด
5. PVC ก่อนนำไปบดต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?
PVC หรือ Polyvinyl Chloride มีทั้งชนิดแข็งและชนิดอ่อน จึงไม่ควรประเมินจากคำว่า PVC เพียงคำเดียว
Rigid PVC เช่น ท่อหรือโปรไฟล์ มีพฤติกรรมต่างจาก Flexible PVC เช่น วัสดุอ่อนหรือฉนวนบางประเภท ซึ่งอาจมีสารเติมแต่งและมีความยืดหยุ่นแตกต่างกัน
สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนบด PVC
- เป็น PVC แข็งหรือ PVC อ่อน
- รูปทรงของชิ้นงาน เช่น ท่อ แผ่น โปรไฟล์ หรือเศษขึ้นรูป
- มีโลหะหรือวัสดุอื่นฝังอยู่หรือไม่
- มีสารปนเปื้อนหรือผลิตภัณฑ์อื่นติดอยู่หรือไม่
- ระบบปลายทางต้องการ PVC ที่สะอาดเพียงใด
- ระบบบดและกระบวนการหลังบดรองรับวัสดุชนิดนี้หรือไม่
⚠ PVC ไม่ควรถูกทำให้ร้อนหรือไหม้ระหว่างกระบวนการ เพราะการสลายตัวจากความร้อนสามารถก่อให้เกิดไอและก๊าซที่เป็นอันตรายได้ ควรหลีกเลี่ยงความร้อนสะสมผิดปกติและจัดการระบบระบายอากาศตามข้อกำหนดของสถานที่ทำงาน
หากเป็น PVC จากวัสดุเก่า ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบสูตร หรือวัสดุที่มีสารเติมแต่ง ควรตรวจสอบองค์ประกอบและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยก่อนนำกลับมาใช้ใหม่
6. เปรียบเทียบ PP, PE, ABS และ PVC ก่อนบด
| วัสดุ | พฤติกรรมทั่วไป | สิ่งสำคัญก่อนบด | จุดที่ควรระวัง |
|---|---|---|---|
| PP | เบาและเหนียว | ตรวจความหนา รูปทรง และสารเติมแต่ง | วัสดุเหนียวอาจต้องใช้การตัดที่เหมาะสม |
| PE | มีตั้งแต่แข็งถึงอ่อนและยืดหยุ่น | แยก HDPE, LDPE และรูปแบบชิ้นงาน | วัสดุบางหรือฟิล์มมีพฤติกรรมการป้อนต่างจากชิ้นแข็ง |
| ABS | ค่อนข้างแข็งและคงรูป | ตรวจความหนาและชิ้นส่วนประกอบ | ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอาจมีโลหะหรือวัสดุอื่นร่วม |
| PVC | มีทั้งแบบแข็งและแบบอ่อน | แยกชนิดวัสดุและตรวจสารปนเปื้อน | หลีกเลี่ยงความร้อนสะสมและการไหม้ |
✓ วัสดุที่มีชื่อเหมือนกันแต่มีรูปทรงและความหนาต่างกัน อาจต้องใช้เงื่อนไขการบดต่างกัน จึงควรดูตัวอย่างจริงก่อนเลือกเครื่อง
7. PP, PE, ABS และ PVC ควรบดรวมกันหรือไม่?
หากมีเป้าหมายเพื่อนำเศษกลับไปรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบ ควรคัดแยกพลาสติกแต่ละชนิดก่อนบดหรือก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปขั้นต่อไป
การบดรวมกันทำให้ได้เศษวัสดุที่ปะปนกัน และการแยกหลังบดอาจทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเศษมีขนาดเล็กและมีสีใกล้เคียงกัน
ลำดับที่แนะนำ
- ตรวจสอบชนิดพลาสติก
- แยก PP, PE, ABS และ PVC ออกจากกันตามความต้องการของกระบวนการปลายทาง
- นำโลหะและวัสดุที่ไม่ใช่พลาสติกออก
- คัดแยกสี หากกระบวนการรีไซเคิลต้องควบคุมสี
- ทำความสะอาดตามความเหมาะสม
- นำแต่ละกลุ่มเข้าสู่กระบวนการลดขนาด
- จัดเก็บเศษหลังบดแยกตามชนิด
⚠ ไม่ควรนำพลาสติกหลายชนิดมาบดรวมกันเพียงเพราะมีสีหรือลักษณะภายนอกคล้ายกัน หากยังไม่ทราบว่ากระบวนการรีไซเคิลปลายทางยอมรับวัสดุผสมหรือไม่
8. ดูจากสีสามารถแยก PP, PE, ABS และ PVC ได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้สีเป็นวิธีระบุชนิดพลาสติก เพราะพลาสติกแต่ละชนิดสามารถผลิตได้หลายสี รวมทั้งสีดำ สีขาว สีใส และสีอื่น ๆ
แม้แต่การสัมผัส ความแข็ง หรือการสังเกตด้วยตาเปล่าก็อาจไม่เพียงพอสำหรับยืนยันชนิดวัสดุ โดยเฉพาะพลาสติกที่มีสารเติมแต่งหรือเป็นผลิตภัณฑ์เก่า
แหล่งข้อมูลที่ควรใช้ระบุวัสดุ
- รหัสวัสดุจากกระบวนการผลิต
- เอกสาร Material Specification
- สัญลักษณ์ Resin Identification หากมี
- ข้อมูลจากผู้ผลิตชิ้นส่วน
- การตรวจสอบวัสดุด้วยวิธีที่เหมาะสม หากไม่ทราบชนิด
✓ สำหรับเศษจากโรงงานผลิตของตนเอง การแยกตั้งแต่ต้นทางตามรหัสวัตถุดิบมักง่ายกว่าการพยายามแยกหลังจากเศษถูกนำมารวมกันแล้ว
9. ความหนาของพลาสติกสำคัญกว่าชื่อวัสดุหรือไม่?
ทั้งสองอย่างสำคัญ เพราะแม้จะเป็นวัสดุชนิดเดียวกัน แต่ชิ้นงานบางกับชิ้นงานหนาสามารถสร้างภาระต่อเครื่องแตกต่างกันมาก
ตัวอย่างเช่น PP บางจากชิ้นส่วนขนาดเล็ก กับ PP ก้อนหนาจาก Runner อาจต้องใช้เวลาและแรงในการลดขนาดต่างกัน แม้ว่าจะเป็น PP เหมือนกัน
| ข้อมูลวัสดุ | เหตุผลที่ต้องทราบ |
|---|---|
| ชนิดพลาสติก | ช่วยประเมินลักษณะทางกายภาพพื้นฐาน |
| ความหนา | มีผลต่อแรงที่ต้องใช้ในการตัด |
| ขนาดชิ้นงาน | มีผลต่อช่องป้อนและกำลังการผลิต |
| รูปทรง | มีผลต่อการจับและดึงวัสดุเข้าสู่ชุดใบมีด |
| สารเติมแต่ง | สามารถเปลี่ยนความแข็งและพฤติกรรมของวัสดุ |
10. ขนาดตะแกรงควรเลือกตามชนิดพลาสติกหรือไม่?
ชนิดพลาสติกเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยในการเลือกตะแกรง สิ่งสำคัญกว่าคือขนาดเศษหลังบดที่กระบวนการถัดไปต้องการ
ตัวอย่างเช่น PP และ ABS อาจใช้ขนาดตะแกรงเดียวกันได้ในบางงาน หากเครื่องรองรับและต้องการขนาดเศษใกล้เคียงกัน แต่กำลังการผลิตและรูปทรงเศษที่ได้อาจแตกต่างกัน
ก่อนกำหนดขนาดตะแกรงควรถามว่า
- ต้องการเศษหลังบดขนาดเท่าใด
- จะนำเศษไปล้างหรือไม่
- จะนำไปคัดแยกต่อหรือไม่
- เครื่องจักรขั้นถัดไปรับวัสดุขนาดใด
- ต้องการกำลังผลิตกี่ kg/h
⚠ ไม่ควรตั้งกฎว่า PP ต้องใช้ตะแกรงขนาดหนึ่ง และ ABS ต้องใช้อีกขนาดหนึ่งเสมอ เพราะขนาดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับทั้งเครื่อง วัสดุ และกระบวนการปลายทาง
11. พลาสติกแบบไหนอาจต้องลดขนาดก่อนเข้าระบบบดละเอียด?
ชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ รูปทรงเทอะทะ หรือไม่สามารถป้อนเข้าสู่ช่องรับของเครื่องบดได้อย่างเหมาะสม อาจต้องผ่านการลดขนาดเบื้องต้นก่อน
ตัวอย่างเช่น:
- ถังพลาสติกขนาดใหญ่
- ก้อนพลาสติกหนา
- ท่อขนาดใหญ่หรือชิ้นงานยาว
- ชิ้นส่วนขึ้นรูปที่มีขนาดใหญ่กว่าช่องป้อน
- วัสดุที่มีรูปทรงไม่เหมาะกับการป้อนโดยตรง
ในกรณีเหล่านี้อาจต้องพิจารณาระบบ Shredder สำหรับลดขนาดเบื้องต้นก่อนส่งวัสดุไปยังขั้นตอน Crusher หรือการบดละเอียด โดยต้องตรวจสอบความเหมาะสมกับวัสดุจริงอีกครั้ง
สามารถดูภาพรวมเครื่องจักรสำหรับงานลดขนาดได้ที่ เครื่องบดพลาสติกและเครื่องย่อยอุตสาหกรรม SaleCNC
12. วิธีเตรียม PP, PE, ABS และ PVC ก่อนเข้าเครื่องบด
- ระบุชนิดวัสดุ — ตรวจสอบว่าเป็น PP, PE, ABS, PVC หรือพลาสติกชนิดอื่น
- แยกวัสดุแต่ละประเภท — ป้องกันการปะปนก่อนรีไซเคิล
- ตรวจโลหะ — นำสกรู น็อต ลวด และชิ้นส่วนโลหะออก
- ตรวจสิ่งปนเปื้อน — เช่น ดิน ทราย น้ำมัน และวัสดุอื่น
- ตรวจขนาดชิ้นงาน — ให้เหมาะกับช่องป้อนของเครื่อง
- ตรวจความหนา — ใช้ประกอบการประเมินภาระเครื่อง
- กำหนดขนาดเศษหลังบด — เพื่อเลือกตะแกรงหรือกระบวนการที่เหมาะสม
- ทดลองวัสดุจริง — หากเป็นวัสดุใหม่หรือไม่เคยใช้งานกับเครื่องมาก่อน
13. Checklist ก่อนบดพลาสติก
| ☐ | ทราบชนิดพลาสติกว่าเป็น PP, PE, ABS, PVC หรือวัสดุอื่น |
| ☐ | แยกพลาสติกต่างชนิดออกจากกันตามความต้องการของกระบวนการรีไซเคิลแล้ว |
| ☐ | ตรวจสอบและนำโลหะออกแล้ว |
| ☐ | ตรวจสอบน้ำมัน ดิน ทราย และสิ่งปนเปื้อนแล้ว |
| ☐ | ทราบขนาดและความหนาของชิ้นงาน |
| ☐ | ตรวจสอบว่าวัสดุสามารถเข้าสู่ช่องป้อนได้อย่างเหมาะสม |
| ☐ | กำหนดขนาดเศษหลังบดที่ต้องการแล้ว |
| ☐ | ตรวจสอบสภาพใบมีดและตะแกรงแล้ว |
| ☐ | ทราบว่าจะนำวัสดุหลังบดไปใช้ในขั้นตอนใดต่อ |
14. ข้อมูลที่ควรแจ้งก่อนเลือกเครื่องสำหรับ PP, PE, ABS หรือ PVC
หากต้องการประเมินว่าเครื่องบดหรือเครื่องย่อยแบบใดเหมาะกับวัสดุ ควรเตรียมข้อมูลให้มากกว่าการแจ้งชื่อพลาสติกเพียงอย่างเดียว
| ข้อมูลที่ควรแจ้ง | ตัวอย่าง |
|---|---|
| ชนิดวัสดุ | PP, HDPE, LDPE, ABS, Rigid PVC |
| รูปทรง | ท่อ ถัง กล่อง แผ่น ก้อน Runner หรือเศษงาน |
| ขนาดก่อนบด | กว้าง × ยาว × หนาโดยประมาณ |
| ปริมาณงาน | กิโลกรัมต่อชั่วโมงหรือกิโลกรัมต่อวัน |
| ขนาดที่ต้องการหลังบด | ระบุขนาดเศษหรือช่วงขนาดที่ต้องการ |
| สิ่งปนเปื้อน | โลหะ ยาง โฟม น้ำมัน หรือวัสดุอื่น |
| ขั้นตอนหลังบด | ล้าง คัดแยก จัดเก็บ หรือเข้าสู่กระบวนการผลิตต่อ |
✓ การส่งรูปถ่าย วิดีโอ และตัวอย่างวัสดุจริงช่วยให้ประเมินความเหมาะสมของเครื่องได้ดีกว่าการระบุเพียงว่า “ต้องการบด PP” หรือ “ต้องการบด ABS”
15. สรุป PP, PE, ABS และ PVC ก่อนนำไปบด
แม้ PP, PE, ABS และ PVC จะเป็นพลาสติกที่สามารถพบในงานรีไซเคิลเหมือนกัน แต่ไม่ควรปฏิบัติกับวัสดุทั้งหมดเหมือนกัน เพราะแต่ละชนิดมีลักษณะทางกายภาพและรูปแบบผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน
| วัสดุ | สิ่งที่ควรจำก่อนบด |
|---|---|
| PP | ตรวจความเหนียว ความหนา รูปทรง และสารเติมแต่ง |
| PE | แยกให้ออกว่าเป็นวัสดุแข็งหรือวัสดุอ่อน เช่น HDPE หรือ LDPE |
| ABS | ตรวจชิ้นส่วนประกอบและโลหะที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ |
| PVC | แยกชนิดแข็งและอ่อน พร้อมควบคุมไม่ให้เกิดความร้อนหรือการไหม้ผิดปกติ |
✓ วิธีเลือกเครื่องที่แม่นยำที่สุดคือใช้ข้อมูลชนิดวัสดุ + ขนาด + ความหนา + รูปทรง + ปริมาณ kg/h + ขนาดเศษที่ต้องการหลังบดร่วมกัน
หากต้องการดูประเภทเครื่องสำหรับการลดขนาดวัสดุ สามารถดูเพิ่มเติมที่ เครื่องบดพลาสติกและเครื่องย่อยสำหรับงานรีไซเคิล
ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทางสำหรับการคัดแยกและประเมินวัสดุก่อนบด การใช้งานจริงควรอ้างอิงคู่มือของเครื่อง รุ่นของเครื่อง คุณสมบัติวัสดุ และกระบวนการของโรงงานแต่ละแห่ง
คำถามที่พบบ่อย
คำถามเกี่ยวกับความแตกต่างของ PP, PE, ABS และ PVC ก่อนเข้าสู่กระบวนการบด
PP กับ PE สามารถบดรวมกันได้หรือไม่?
ในทางเครื่องจักรต้องพิจารณาว่าเครื่องรองรับวัสดุจริงหรือไม่ แต่หากต้องการนำเศษกลับไปรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบ ควรแยกชนิดวัสดุตามข้อกำหนดของกระบวนการปลายทางก่อน ไม่ควรบดรวมเพียงเพราะวัสดุมีลักษณะคล้ายกัน
HDPE กับ LDPE บดเหมือนกันหรือไม่?
ไม่ควรถือว่าเหมือนกันทั้งหมด HDPE มักมีลักษณะแข็งและคงรูปมากกว่า ส่วน LDPE สามารถอ่อนและยืดหยุ่นกว่า โดยเฉพาะวัสดุประเภทฟิล์ม จึงมีพฤติกรรมการป้อนและการตัดแตกต่างกัน
ABS บดยากกว่า PP หรือไม่?
ไม่สามารถตัดสินจากชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว เพราะความยากในการบดขึ้นอยู่กับเกรด ความหนา ขนาด รูปทรง และระบบใบมีดของเครื่องด้วย ควรเปรียบเทียบจากตัวอย่างวัสดุจริง
PVC สามารถเข้าเครื่องบดพลาสติกได้หรือไม่?
ต้องตรวจสอบว่าเครื่องและกระบวนการรองรับ PVC ชนิดนั้นหรือไม่ รวมถึงต้องทราบว่าเป็น PVC แข็งหรืออ่อน และควรหลีกเลี่ยงสภาวะที่ทำให้วัสดุร้อนจัดหรือไหม้ระหว่างกระบวนการ
ดูด้วยตาสามารถแยก PP, PE, ABS และ PVC ได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้การมองด้วยตาเป็นวิธียืนยันเพียงอย่างเดียว เพราะสีและพื้นผิวสามารถคล้ายกันได้ ควรใช้ข้อมูลวัตถุดิบ รหัสวัสดุ เอกสารจากผู้ผลิต หรือวิธีตรวจสอบวัสดุที่เหมาะสม
ก่อนเลือกเครื่องบดควรส่งข้อมูลอะไรให้ผู้ขาย?
ควรแจ้งชนิดวัสดุ รูปถ่าย ขนาด ความหนา รูปทรง ปริมาณที่ต้องการบดต่อชั่วโมง และขนาดเศษหลังบดที่ต้องการ หากมีตัวอย่างวัสดุจริงจะช่วยให้ประเมินได้แม่นยำขึ้น
พลาสติกต่างชนิดใช้ตะแกรงขนาดเดียวกันได้หรือไม่?
อาจใช้ได้ในบางกรณีหากเครื่องรองรับและต้องการขนาดเศษใกล้เคียงกัน แต่ผลด้านกำลังการผลิตและลักษณะเศษอาจแตกต่างกัน จึงควรทดลองกับวัสดุจริงก่อนกำหนดขนาดตะแกรงสำหรับงานต่อเนื่อง
